รุ่นยอดนิยม (Popular) ⭐ GSM-N9+ Ultra Voice Sensor ✅ อุปกรณ์ดักฟังขนาดจิ๋ว เท่า 2 ข้อนิ้ว

เครื่องดักฟังและฟังเสียงระยะไกลอัจฉริยะ N9+ Ultra
(รุ่นยกระดับโมดูลรับเสียง • ดีไซน์จิ๋วซ่อนพราง • พร้อมเซ็นเซอร์โทรกลับอัตโนมัติเมื่อมีเสียงสนทนา)

เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra อุปกรณ์ดักฟังเสียงขนาดเล็กความยาวเพียง 2 ข้อนิ้วมือ ใช้งานง่าย ฟังเสียงได้ทันที มีระบบ Voice Sensor โทรกลับอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงสนทนา แบตเตอรี่ 1200mAh ใช้งานต่อเนื่อง 2-3 วัน ไม่ต้องติดตั้ง เพียงใส่ซิมก็ใช้งานได้ทันที

1200
mAh แบตเตอรี่
2-3
วัน การใช้งาน
16
กรัม น้ำหนักเบา
Voice
Sensor โทรกลับ
🔥 ราคาพิเศษ 🚚 จัดส่งฟรี
฿1,250 ฿1,450 ประหยัด 200 บาท
📋 คำเตือน - การใช้งานอุปกรณ์ดักฟังเสียง * ควรใช้งานอยู่กรอบความถูกต้อง ให้มีประโยชน์ ไม่ควรละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะครับ *

* สินค้าของแท้ 100% "เราตรวจเช็กเครื่อง (QC) ให้ก่อนจัดส่งทุกชิ้น พร้อมแนบคู่มือการใช้งานฉบับเข้าใจง่าย"
* (ซื้อสินค้าอย่างมั่นใจ) พร้อมบริการหลังการขายและการสนับสนุนทางเทคนิคแบบมืออาชีพ

🎤 ดักฟังเสียงชัดเจน ไม่ต้องติดตั้ง 📞 โทรกลับอัตโนมัติ เมื่อมีเสียงสนทนา (Voice Sensor) 🔋 แบตอึด 1200mAh ใช้งาน 2-3 วัน 📏 ขนาดจิ๋ว เท่า 2 ข้อนิ้วมือ (4x2x1.5 ซม.) 🚚 จัดส่งฟรี ทั่วประเทศไทย 💰 ประหยัด 200 บาท จากราคาปกติ 🎤 ดักฟังเสียงชัดเจน ไม่ต้องติดตั้ง 📞 โทรกลับอัตโนมัติ เมื่อมีเสียงสนทนา

ฟังก์ชันการทำงาน เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra

อุปกรณ์ดักฟังเสียงขนาดเล็ก ใช้งานง่าย ฟังเสียงได้ทันที

🎤 ดักฟังเสียงชัดเจน

เพียงโทรเข้าไปที่เบอร์ซิมในเครื่อง เครื่องจะรับสายอัตโนมัติ ทำให้คุณได้ยินเสียงสนทนารอบข้างทันทีเหมือนโทรหาเพื่อนทั่วไป "ตัวเครื่องมาพร้อมโมดูลดักจับสัญญาณเสียงรอบทิศทาง โดยให้ประสิทธิภาพการรับเสียง ความคมชัดและความดังของปลายสาย จะแปรผันตรงตามระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับต้นเสียง รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบในขณะนั้น"

📞 ระบบ Voice Sensor

ตั้งค่าให้เครื่องโทรกลับหาคุณอัตโนมัติทันทีที่ตรวจพบเสียงสนทนาในรอบข้าง ช่วยประหยัดเวลาและแบตเตอรี่ "ระบบโทรกลับอัตโนมัติเมื่อตรวจจับเสียง (Voice-Activated Auto Call Back)ตัวเครื่องมาพร้อมเซ็นเซอร์ดักจับสัญญาณเสียงขั้นสูง โดยจะทำงานอัตโนมัติเมื่อตรวจพบระดับเสียงที่มากกว่า 40-45 เดซิเบลขึ้นไป (เปรียบเทียบเท่ากับ 'ระดับเสียงพูดคุยสนทนาทั่วไปในบ้านหรือสำนักงาน') ในรัศมี 1-3 เมตร

📏 ขนาดจิ๋ว พกพาง่าย

หมดห่วงเรื่องความปลอดภัยด้วย เครื่องดักฟังเสียงขนาดเล็ก ที่ออกแบบมาให้ซ่อนพรางได้อย่างแนบเนียนที่สุด ด้วยขนาดพกพาง่ายเล็กรุ่นมินิเพียง 4x2x1.5 ซม. (เทียบเท่า 2 ข้อนิ้วมือ) และน้ำหนักเบาหวิวเพียง 16 กรัม ทำให้คุณสามารถจัดวางเครื่องดักฟังจิ๋วรุ่นนี้ไว้ในมุมต่าง ๆ ได้อย่างมิดชิด ปลอดภัย ไร้กังวล พิเศษสุดกับระบบการทำงานแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีแสงไฟกะพริบหรือเสียงรบกวนใด ๆ คอยเปิดเผยตำแหน่ง ช่วยให้คุณได้รับข้อมูลสำคัญในการดูแลบุตรหลาน ตรวจสอบทรัพย์สิน หรือบันทึกหลักฐานความปลอดภัยได้อย่างราบรื่นและเป็นส่วนตัว

🔋 แบตอึด 1200mAh

ชาร์จเพียง 1-2 ชั่วโมง ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 2-3 วัน แนะนำให้ต่อพ่วงกับ Power Bank หากต้องการใช้งานระยะยาว

🛡️ ใช้งานง่าย ไม่ต้องติดตั้ง

เพียงใส่ซิมการ์ดก็ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องดาวน์โหลดแอป ไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน เหมาะสำหรับทุกสถานการณ์

💡 การใช้งานที่หลากหลาย

เหมาะสำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของบุตรหลาน, การดูแลทรัพย์สิน, หรือการรวบรวมหลักฐานสำคัญในที่ทำงาน

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra

ความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์แล้วจากลูกค้ากว่า 1,000+ ราย

ส

คุณสมชาย

"เสียงชัดเจนมากครับ ซ่อนง่ายจริงๆ เท่า 2 ข้อนิ้ว แบตอึดตามที่โฆษณาไว้ ใช้งานง่ายแค่ใส่ซิมก็โทรฟังได้เลย"

ยืนยันการซื้อ
น

คุณนภา

"ระบบ Voice Sensor ทำงานดีมากค่ะ มีเสียงเมื่อไหร่โทรหาเราทันที ประหยัดแบตไปได้เยอะ แนะนำให้ใช้ซิม True ตามที่ร้านแนะนำค่ะ"

ยืนยันการซื้อ
ว

คุณวิชัย

"จัดส่งเร็วมากครับ แพ็คมาดี สินค้าตรงตามรูป ใช้งานง่ายไม่ต้องตั้งค่าอะไรเยอะ เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยชำนาญเทคโนโลยี"

ยืนยันการซื้อ

แกลเลอรีภาพ เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra

คลิกที่ภาพเพื่อขยายดูรายละเอียด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra

เครื่องดักฟังเสียง N9+ Ultra มีขนาดใหญ่ไหมครับ

ไม่ใหญ่ครับ มีขนาดที่เล็กมาก สีดำกลมกลืน และไม่มีแสงไฟกระพริบขณะทำงาน ทำให้ซ่อนได้ง่ายและมิดชิด

ควรใช้ซิมแบบไหนกับเครื่องดักฟังเสียง N9+?

แนะนำซิม 2G ขนาดใหญ่ (TRUE หรือ AIS) แบบเติมเงินหรือรายเดือนที่มีโปรโมชั่นโทรถูก และต้องเติมเงิน/เปิดบริการให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน

เครื่องดักฟังเสียง N9+ ดักฟังได้ไกลแค่ไหน?

ดักฟังได้ทั่วโลก ขอเพียงพื้นที่นั้นมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อสื่อสารได้

ทำไมเครื่องดักฟังเสียงไม่โทรกลับมา?

ลองส่ง SMS 0000 เพื่อปิดโหมด แล้วส่ง 1111 เพื่อเปิดโหมด Voice Sensor ใหม่อีกครั้ง

ทำไมเครื่องไม่ส่งข้อความ SMS ตอบกลับมา?

เบื้องต้นให้เช็คยอดเงินในซิมว่ายังคงเหลืออยู่ไหม และจำนวนวันของซิมหมดไปหรือไม่ ให้ทำการเติมเงิน/เติมวันก่อนใช้งาน และตรวจสอบว่าเครื่องอยู่ในจุดอับสัญญาณหรือไม่

ปิด-เปิด เครื่องดักฟังเสียง N9+ ได้ยังไง?

อุปกรณ์ดักฟัง N9+ ไม่มีปุ่มปิด-เปิด การใส่ซิมให้ถูกต้องและมีไฟกระพริบ 3 ครั้งถือเป็นการเปิดเครื่อง และการถอดซิมออกถือเป็นการปิดเครื่อง

ได้ยินเสียงคนคุยกันชัดไหม?

ความชัดเจนของเสียงขึ้นอยู่กับระยะห่างของอุปกรณ์กับคนสนทนา และความดังของการพูดคุย ยิ่งอยู่ใกล้และอยู่ในห้องที่มิดชิด จะได้ยินเสียงได้ดียิ่งขึ้น

เครื่องดักฟังเสียงอัดเสียงเก็บไว้ได้ไหม?

ตัวเครื่องอัดเสียงไม่ได้ครับ กรณีที่ต้องการดักฟังเสียงแล้วต้องการอัดเสียงด้วย แนะนำให้ใช้แอปบันทึกเสียงบนมือถือของคุณช่วยอัดขณะโทรฟังแทน

💡 ข้อแนะนำจาก ISM: เกี่ยวกับการตั้งค่าโทรกลับ หรือ (Voice-Activated Auto Call Back)

เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องโทรกลับบ่อยเกินไปจากเสียงรบกวนภายนอก (เช่น เสียงพัดลมจี้ตัวเครื่อง, เสียงคอมเพรสเซอร์แอร์, หรือเสียงรถยนต์บนท้องถนน) แนะนำให้หลีกเลี่ยงการวางเครื่องใกล้แหล่งกำเนิดเสียงแวดล้อมเหล่านั้น หรือสามารถเลือกปิดระบบโทรกลับชั่วคราวผ่าน SMS เพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดตั้งรับ (เราโทรเข้าไปฟังเอง) ได้ตลอดเวลา เพื่อความเสถียรและประหยัดแบตเตอรี่สูงสุด

เครื่องดักฟังและฟังเสียงระยะไกลอัจฉริยะ N9+ Ultra อุปกรณ์ดักฟังเสียงขนาดเล็ก คุณภาพสูง

หากคุณกำลังมองหา เครื่องดักฟังเสียง ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย และพกพาสะดวก อุปกรณ์ดักฟัง เสียงรอบทิศทางรุ่น ISM-N9+ Ultra (ระบบซิมการ์ด) คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด ตัวเครื่องดักฟังจิ๋วรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาง่ายเพียง 2 ข้อนิ้วมือ (ประมาณ 4x2x1.5 ซม.) และน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถจัดวางซ่อนพรางได้อย่างมิดชิด ปลอดภัย ไร้แสงไฟรบกวน เหมาะสำหรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยของบุตรหลาน การตรวจสอบทรัพย์สิน หรือการบันทึกข้อมูลสำคัญในบ้านและที่ทำงานได้อย่างแนบเนียน

จุดเด่นที่สำคัญของ อุปกรณ์ดักฟังเสียงขนาดเล็ก รุ่นนี้คือระบบ Voice Sensor อัจฉริยะ ซึ่งสามารถเปิดโหมดตรวจจับเสียงสนทนาเพื่อให้เครื่องโทรกลับหาคุณได้โดยอัตโนมัติเมื่อพบเสียงพูดคุยในระดับปกติรอบข้าง ช่วยเพิ่มความสะดวกโดยที่คุณไม่ต้องคอยกดโทรเช็กบ่อย ๆ นอกจากนี้ ตัวเครื่องดักฟังยังมาพร้อมระบบบริหารพลังงานที่มีประสิทธิภาพ รองรับการสแตนด์บายรอสายทั่วไปได้นานประมาณ 2-3 วัน ต่อการชาร์จไฟ (ระยะเวลาการใช้งานจริงจะแปรผันตามความถี่ในการโทรเข้า-ออก และความเสถียรของสัญญาณซิมการ์ดในจุดที่จัดวาง)*

ขั้นตอนการใช้งาน เครื่องดักฟังเสียง ขนาดเล็กคู่ใจรุ่น ISM-N9+ Ultra นั้นง่ายดายและไม่ซับซ้อน เพียงแค่นำซิมการ์ดขนาดปกติ (แนะนำเครือข่าย AIS หรือ TRUE ที่มีสัญญาณครอบคลุมมากที่สุด) ใส่เข้าไปในช่องใส่ซิมของตัวเครื่อง รอสักครู่ให้ไฟสัญญาณกะพริบเพื่อเชื่อมต่อเครือข่าย จากนั้นคุณก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ โทรเข้าไปที่เบอร์ซิมภายในเครื่องเพื่อฟังเสียงรอบข้างได้ทันที สะดวกสบายเหมือนการโทรศัพท์ติดต่อทั่วไป โดยระบบตัวเครื่องไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใด ๆ ให้ยุ่งยาก และสามารถโทรเช็กข้อมูลได้จากทุกที่ทั่วประเทศ ขอเพียงพื้นที่จัดวางตัวเครื่องมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่เสถียร

ด้วยการคัดสรรวัสดุและผ่านการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบในราคา 1,250 บาท พร้อมบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ และอุ่นใจยิ่งกว่าด้วยการรับประกันเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 30 วัน ทำให้ อุปกรณ์ดักฟังเสียง รุ่น ISM-N9+ Ultra เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าเชื่อถือ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เครื่องดักฟังเสียงขนาดเล็ก ที่มาพร้อมบริการหลังการขายและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมงานมืออาชีพ

คู่มือการใช้งานและข้อควรระวัง เครื่องดักฟังเสียง N9+ และอุปกรณ์ดักฟัง

คำแนะนำอย่างละเอียดเพื่อให้คุณใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

📌 โหมดระบบดักฟังเสียงสนทนา

  1. เตรียมซิมการ์ด: ซื้อซิมการ์ดมาใช้งาน แนะนำเป็นซิมแบบเติมเงิน
  2. ประเภทซิมที่แนะนำ: แนะนำเป็น SIM TRUE หรือ AIS ต้องเป็น SIM 2G ขนาดใหญ่ (เติมเงินเข้าไปในซิมให้เรียบร้อย)
  3. การใส่ซิม: แกะฝาที่ใส่ซิมออก นำซิมมาใส่ ถ้าใส่ถูกต้อง จะมีไฟกระพริบๆ ประมาณ 3 ครั้ง (ถ้าไฟไม่ขึ้น แสดงว่าแบตหมด ให้ทำการชาร์จแบตก่อนใช้งาน)
  4. รอจับสัญญาณ: เมื่อใส่ซิมเรียบร้อย รอสัก 1 นาที เพื่อให้เครื่องดักฟังจับสัญญาณของมือถือ หรือ GSM ได้สมบูรณ์
  5. เริ่มดักฟัง: ต้องการดักฟังเสียงสนทนา ให้ทำการโทรเข้าหาเบอร์ซิมที่อยู่ในเครื่องดักฟังได้ทันที
  6. การรับสาย: เครื่องดักฟังเสียงจะทำการรับสายของเราให้อัตโนมัติ จากนั้นเราก็จะได้ยินเสียงสนทนาบริเวณรอบข้าง การดักฟังเสียงง่ายมาก ใช้งานเหมือนเราโทรหาเพื่อนทั่วไป
  7. การบันทึกเบอร์หลัก: การใช้งานครั้งแรก หลังจากการที่เราวางสายไปแล้ว จะมี SMS ส่งมาบอกเราว่า Set Service Center Number Ok! แสดงว่าอุปกรณ์เครื่องดักฟังเสียงจำเบอร์เราไว้เรียบร้อยแล้ว
  8. เปิดโหมด Voice Sensor: การตั้งค่าให้เครื่องดักฟังโทรกลับเรา เมื่อบริเวณรอบข้างเกิดการสนทนาขึ้นมา ให้เราส่ง SMS ข้อความ 1111 ไปยังเบอร์ซิมที่อยู่ในอุปกรณ์ เพื่อเปิดระบบ Voice Sensor Control ในกรณีที่ส่งคำสั่งถูกต้อง จะมีข้อความ SMS ตอบกลับมาว่า Sound Control Ok (เมื่อเบอร์ซิมในอุปกรณ์โทรกลับมา ให้เรารับสายได้ทันที จะได้ยินเสียงสนทนาที่เกิดขึ้น)
  9. การตั้งระดับปรับเสียงสำหรับโหมดโทรกลับ: สามารถตั้งค่าได้ตั้งแต่ 30-100 โดยที่ระดับ 100 เครื่องจะจับการสนทนาที่เบาและโทรกลับได้ในที่สุด ส่วนระดับที่ 30 เครื่องจะโทรกลับยาก เนื่องจากต้องเกิดเสียงดังมากๆ ถึงจะโทรกลับมา

    วิธีการตั้งค่าปรับระดับเสียง: พิมพ์ข้อความ SMS ข้อความว่า level,(ระดับเสียงตัวเลขที่ต้องการ)# ส่งไปยังเบอร์ที่อยู่ในอุปกรณ์ดักฟังเสียง ตัวอย่างเช่น:
    • level,100# เมื่อส่งคำสั่งที่ถูกต้องไปแล้วจะมี SMS ตอบกลับมาว่า "Sound Control Setting OK! Sensitivity:100"
    • level,50# เมื่อส่งคำสั่งที่ถูกต้องไปแล้วจะมี SMS ตอบกลับมาว่า "Sound Control Setting OK! Sensitivity:50"
    • level,30# เมื่อส่งคำสั่งที่ถูกต้องไปแล้วจะมี SMS ตอบกลับมาว่า "Sound Control Setting OK! Sensitivity:30"
  10. ยกเลิกโหมดโทรกลับ: หากเราไม่ต้องการให้อุปกรณ์ดักฟังเสียงโทรกลับมาหาเรา หรือยกเลิกการโทรกลับ ให้ส่ง SMS ไปยังเบอร์ที่อยู่ในอุปกรณ์ว่า 0000 แล้วเครื่องจะส่งตอบกลับมาว่า Sound Control Sutdown ok! แสดงว่าเครื่องออกจากโหมดการจับสัญญาณสนทนาแล้วโทรกลับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  11. สติ๊กเกอร์รับประกัน: สติ๊กเกอร์การรับประกันอย่าดึง หรือ แกะ, ฉีก ออกเด็ดขาด เพราะทางร้านจะไม่สามารถทำการเคลมให้กับลูกค้าได้
  12. ข้อควรระวังเกี่ยวกับไมโครโฟน: ช่องรูรับเสียงไมค์ (mic) ทำให้เราได้ยินเสียงสนทนาได้ชัด อย่าเอาอะไรไม่ว่าจะเป็นผ้า เทป หรือกาว หรือกระดาษ ไปปิดมัน เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในการได้ยินเสียง

    12.1) เช็คเรื่อง % แบตเตอรี่:
    • ชาร์จแบตก่อนใช้งานทุกครั้ง (สังเกต เวลาใส่ซิม จะต้องมีไฟกระพริบ ถ้าใส่ซิมแล้วไม่มีไฟกระพริบแสดงว่าแบตหมด) ให้นำไปชาร์จก่อนใช้งานทุกครั้ง
    • เวลาชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้ง ให้ถอดซิมออกก่อนทุกครั้ง เพราะในขณะที่เราชาร์จนั้น ถ้ามีซิมอยู่จะทำให้ไฟเข้าไม่เต็มที่ ทำให้เกิดแบตหมดไว
    • แนะนำให้ใช้ซิมทรู ดีที่สุด ณ ตอนนี้
    • ซิมต้องเปิดสัญญาณ หรือลงทะเบียนให้เรียบร้อย และพร้อมเติมเงินเข้าไปก่อนใช้งาน
    • ซิมปัจจุบันจะมีกรอบเล็ก กลาง ใหญ่ มาให้ 3 ขนาด เวลาเราเอาซิมใส่ในกรอบใหญ่ ควรระวังอย่าให้หลุดออกจากกรอบซิมใหญ่ เวลาเรานำไปใส่ในอุปกรณ์ดักฟัง อาจจะทำให้ไม่สนิท และเกิดปัญหาในการโทรเข้าหาอุปกรณ์ดักฟังเสียงไม่ติด ดังนั้นเมื่อมีกรอบซิมใหญ่หรือกลางใส่เข้าไปเรียบร้อยแล้ว ด้านหลังของซิมที่ประกอบอยู่ด้วยกัน ให้นำเอาเทปกาวมายึดติดเป็นโครงซิมอันเดียวกันไม่ให้มันหลุด หรือจะใช้กาวตราช้างแต้มตรงบริเวณรอยต่อของซิมเล็กน้อย และรอให้มันแห้ง จึงค่อยนำเอาซิมไปใส่ แล้วก็ทำการโทรอีกครั้ง

    12.2) ตัวเครื่องดักฟังเสียง:
    • หากใช้งานบ่อยๆ บางครั้งโทรไม่ติด อย่าโทรซ้ำๆ เข้าไปบ่อยๆ อาจจะทำให้เครื่องค้าง วิธีที่ถูกต้องก็คือ ควรรอสักพักแล้วค่อยโทรเข้าไปใหม่ หรือเอาซิมออกมาเช็คกับโทรศัพท์ปกติว่าโทรเข้าได้หรือเปล่า ก่อนนำเอาเข้าไปในเครื่องดักฟังเสียงอีกครั้ง

    12.3) การรับประกันเครื่อง:
    • หากเช็คเบื้องต้นแล้ว ไม่สามารถใช้งานได้ อย่าแกะ หรือ แงะ, งัด อุปกรณ์เปิดฝาใดๆ ในระยะเวลาประกันเครื่อง 60 วัน ให้ส่งกลับมายังร้านค้าเพื่อทำการเช็คตรวจสอบ ถ้าเสียในระยะประกันจะได้เปลี่ยนเครื่องให้ใหม่ และส่งกลับโดยเร็วที่สุด
ดำเนินการสำเร็จ